"สวนปลื้มปอง" : จากป่าขุนเขา สู่หัวใจเกษตรอินทรีย์
ชื่อ "สวนปลื้มปอง" ถูกตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติและระลึกถึง คุณพ่อปลื้ม และ คุณแม่สมปอง เฉลิมพงษ์ สองสามีภรรยาผู้เริ่มต้นบุกเบิกผืนดินแห่งนี้จากศูนย์
ยุคบุกเบิก: ปั่นจักรยาน 33 กิโลเมตร สู้ป่าชัฏ (70 ปีก่อน)
เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อ 70 ปีก่อน พ่อปลื้มและแม่สมปองออกเดินทางจากบ้านปลายคลองพลิ้ว อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี ปั่นจักรยานบรรทุกสัมภาระลุยถนนลูกรัง 2 เลน ข้ามอำเภอรวมระยะทางกว่า 33 กิโลเมตร จนมาถึง อ.มะขาม
เมื่อถึงปากทางเข้าบ้านทับนคร (ต.ปัถวี อ.มะขาม) ทั้งคู่ฝากจักรยานไว้ที่ร้านค้าริมทาง แล้วเดินเท้าแบกสัมภาระหนักอึ้ง ทั้งจอบ เสียบ มีดพร้า และเสบียง เข้าป่าลึกไปอีก 7 กิโลเมตร พักแรมจนกว่าเสบียงจะหมดถึงเดินทางกลับ ด้วยหยาดเหงื่อและความอุตสาหะ สองสามีภรรยาจึงเปลี่ยนป่าชัฏให้กลายเป็น "สวนส้ม" ได้สำเร็จ
ผ่านร้อนผ่านหนาว: ยุค Land Rover และการปรับเปลี่ยนสายพันธุ์
เมื่อเก็บหอมรอมริบได้ สองสามีภรรยาซื้อรถ Land Rover มือสองสีเขียวอ่อน (รถปล่อยระวางจากทหารอเมริกัน) มาเป็นรถคันแรกของบ้าน แม้เดินทางสะดวกขึ้น แต่ทางเข้าหมู่บ้านในหน้าฝนจะกลายเป็นโคลนเลนลื่นไถล หลายครั้งที่เครื่องยนต์สู้ความลาดชันไม่ไหว แม่สมปองต้องรับหน้าที่เป็นคนขับ ส่วนพ่อปลื้มออกแรงเข็นรถขึ้นเนินเพียงลำพัง
ต่อมาเกิดปัญหาส้มราคา ประกอบกับแมลงศัตรูพืชระบาด พ่อปลื้มจึงเริ่มปรับเปลี่ยนมาปลูกทุเรียนและเงาะ ทว่าเมื่อ 20–30 ปีก่อน ราคาทุเรียนตกต่ำเหลือไม่ถึง 20 บาท/กิโลกรัม ส่วนเงาะบางปีเหลือเพียง 2 บาท/กิโลกรัม
พ่อปลื้มมองหาทางรอดใหม่ โดยนำพันธุ์ "ลองกองตันหยงมัส" ต้นพันธุ์แท้จากภาคใต้มาทดลองปลูก ซึ่งนับเป็นสวนลองกองยุคแรกๆ ของจันทบุรี และยังช่วยขยายพันธุ์ส่งต่อให้สวนอื่นๆ อีกด้วย รายได้จากทุเรียน เงาะ ลองกอง และพืชผสมผสานอย่างส้มโอ มะไฟ พริกไทย จึงกลายเป็นน้ำซับชะโลมใจที่ส่งเสียลูกๆ ทั้ง 3 คน (แป๋ว, เปิ้น, ปั้ม) ให้ได้เล่าเรียนและเติบโต
เสาหลักผู้แข็งแกร่ง: หัวใจแม่สมปอง (ปี 2531)
ปี 2531 พ่อปลื้มประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ภาระทั้งหมดตกอยู่กับแม่สมปอง ในช่วงเวลาที่ลูกสาวคนโต (แป๋ว) แต่งงานย้ายไปภาคใต้, ลูกสาวคนกลาง (เปิ้น) เพิ่งเข้าเรียนปี 1 คณะบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และลูกชายคนเล็ก (ปั้ม) ยังเรียน ม.ต้น
แม่สมปองในวัยผู้หญิงตัวคนเดียว ต้องขับรถกระบะมาสด้าสลับขี่มอเตอร์ไซค์ วนดูแลสวนถึง 3 แห่ง 3 อำเภอ (อ.แหลมสิงห์, อ.ขลุง และ อ.มะขาม) ซึ่งห่างกันสถานที่ละ 20–30 กิโลเมตร ในยุคที่ผลไม้ราคาไม่ดี แม่ต้องหมุนเงินกู้ ธ.ก.ส. ปีต่อปี และใช้แรงงานตัวเองร่วมกับคนงานเพียง 1–2 คน พยุงครอบครัวผ่านพ้นความยากลำบาก จนกระทั่งเมื่อ 20 ปีก่อน แม่สมปองได้ตัดสินใจปรับพื้นที่ส่วนใหญ่ของสวนทับนครให้เป็น "สวนยางพารา" เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงกว่าในขณะนั้น
ก้าวใหม่ปี 2562: สานต่อด้วยวิถีเกษตรอินทรีย์
ปลายปี 2562 ทายาทรุ่นลูกได้เข้ามาสานต่อมรดกแห่งความมุ่งมั่นของพ่อและแม่ โดยคงพื้นที่สวนยางบางส่วนไว้ และแบ่งพื้นที่ 7 ไร่ มาพัฒนาเป็น สวนทุเรียนเบญจพันธุ์ (เช่น พวงมณี, ก้านยาว) พร้อมเปลี่ยนผ่านจากเกษตรเคมี สู่ "เกษตรอินทรีย์" เต็มตัว
"สำหรับเรา เกษตรกรไม่ใช่แค่อาชีพ แต่คือหน้าที่ในการบำรุงผืนดินให้อุดมสมบูรณ์ มอบผลผลิตคุณภาพ รักษาสิ่งแวดล้อม และสร้างอากาศบริสุทธิ์ให้ทุกคนสูดหายใจได้อย่างเต็มปอด"
วิถีเกษตรอินทรีย์อาจไม่ได้มุ่งเน้นความร่ำรวยทางวัตถุ แต่นี่คือคำสัญญาในการส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดี คืนความสมบูรณ์ให้สรรพสัตว์และระบบนิเวศ เพื่อตอบแทนผืนดินแห่งนี้... สวนปลื้มปอง
ท่ามกลางทิวเขาและธรรมชาติของจันทบุรี สวนปลื้มปอง คือสวนที่เราเลือกดูแลต้นไม้และผลผลิตด้วยความเข้าใจในธรรมชาติ โดยยึดแนวทางเกษตรอินทรีย์และการอยู่ร่วมกับระบบนิเวศอย่างสมดุล
เราให้ความสำคัญกับการดูแลดิน น้ำ และต้นไม้ตั้งแต่ต้นทาง หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีกำจัดแมลง โดยเลือกใช้สารชีวภัณฑ์และวิธีการจากธรรมชาติในการดูแลสวน พร้อมบำรุงต้นไม้ด้วยปุ๋ยชีวภาพ เพื่อให้ต้นไม้เติบโตอย่างแข็งแรงและให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ
ธรรมชาติที่เป็นระเบียบและสวยงาม
สวนของเราไม่ได้พยายามทำให้ธรรมชาติถูกควบคุมจนเกินไป เราปล่อยให้มีพืชคลุมดินและความหลากหลายของพืชอยู่ร่วมกัน เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นของดินและสร้างสมดุลให้กับระบบนิเวศ
ในขณะเดียวกัน เราดูแลสวนอย่างเป็นระเบียบ ตัดแต่งและจัดการพื้นที่อย่างเหมาะสม เพื่อให้สวนดูสะอาด สวยงาม ร่มรื่น และสบายตา
เพราะสำหรับเรา สวนที่ดี ไม่ใช่สวนที่ไม่มีธรรมชาติ แต่คือสวนที่ธรรมชาติและการดูแลของคนอยู่ร่วมกันได้อย่างพอดี
รสชาติที่ธรรมชาติเป็นผู้ปรุง
สวนปลื้มปองปลูกทุเรียนหลากหลายสายพันธุ์ หรือที่เราเรียกว่า “ทุเรียนเบญจพันธุ์” ทั้งพวงมณี ก้านยาว กลีบสมุทร กลุ่มพันธุ์กบต่างๆ รวมถึงหมอนทอง พร้อมด้วยผลไม้อื่น ๆ เช่น มะปี๊ด มะนาว เลมอน และมังคุด
เราเชื่อว่ารสชาติที่ดีไม่ได้เกิดจากการปรุงแต่งเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นจาก ดินที่ดี น้ำที่ดี อากาศที่ดี และการดูแลที่ใส่ใจ
ผลไม้แต่ละชนิดจึงมีเอกลักษณ์ของตัวเอง สะท้อนรสชาติที่ธรรมชาติค่อย ๆ สร้างขึ้นตามฤดูกาล
จากสวนที่ใส่ใจ สู่ผลผลิตที่เราอยากส่งต่อ
ทุกผลผลิตจากสวนปลื้มปอง เราตั้งใจดูแลตั้งแต่ต้นไม้ในสวนจนถึงมือผู้บริโภค ทั้งผลไม้สดและสินค้าแปรรูป โดยให้ความสำคัญกับ ความสะอาด คุณภาพ และความปลอดภัย ในทุกขั้นตอน
เพราะเราไม่ได้อยากเพียงแค่ “ปลูกผลไม้”
แต่อยากสร้างผลผลิตที่เราภูมิใจ และสามารถส่งต่อให้ครอบครัวของคุณได้อย่างมั่นใจ
สวนปลื้มปอง
จากธรรมชาติ ด้วยหัวใจ
Handcrafted by Nature, Grown with Heart